[PSE] CH02 - The Angelic Chaser

posted on 17 Oct 2013 19:19 by yufenglin in PSE
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 

Alicia’s Diary

 

 

ไอริส 

 

 

            ดอกไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาใต้และแถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

มีมากกว่าสามร้อยสายพันธุ์ ทั้งดอกเล็ก ทั้งดอกใหญ่ ชอบอากาศหนาว จึงไม่เหมาะกับพื้นที่เขตร้อน 

มีหัวใต้ดิน ใบรูปแถบยาว ค่อนข้างบาง ดอกเกิดที่ปลายยอด เมื่อบานปลายกลีบมักบิดโค้ง มีดอกตลอดทั้งปี 

เป็นดอกไม้ที่แข็งแรงสง่างาม เป็นตัวแทนของความสุข ความเฉลียวฉลาด มิตรภาพ ความรักบริสุทธิ์ รวมถึงความกตัญญูและความราบรื่น 

ภาษาดอกไม้ของดอกไอริสคือ ‘ฉันมีอะไรจะบอกเธอ’ หรือกล่าวถึง ‘ความรักที่หลบซ่อน’

 

มันก็แค่การที่ฉันทำสิ่งที่ไม่น่าอภัยเท่านั้น 

ภาพในวันนั้นยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำ กลิ่นเลือดที่ชโลมร่างหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพี 

ฉันมีสิทธิ์เลือกหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไหม 

 

พอทีกับการทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อทั้งที่ความจริงเป็นตัวสร้างปัญหา 

พอสักที 

ใครก็ได้ช่วยฉันที 

 

..... 

....

...

..

.

 

 

 

            อลิเซียเริ่มทำตัวเป็นปกติ เธอไปทำงาน เธอไปทำกิจกรรมเหมือนกับตอนที่ยังไม่มีปลอกคอพันธนาการสีนิลนี้ผูกรัดไว้ เริ่มหลอกตัวเองและทำเป็นไม่เห็นมัน

            แต่ในขณะเดียวกัน คนที่เธออยากจะพบมากที่สุดในช่วงเวลานี้ เธอก็ไม่พบเขาเช่นกัน

            เธอพยายามไม่คิดว่าเขาถูกประหารไปแล้ว ถึงจะรู้ว่ามันมีความเป็นไปได้น้อยมากก็ตาม

            เพียงเวลาไม่นาน อลิเซียก็ได้รับข่าวว่า เขาคนนั้นหนีรอดไปได้และเธอต้องใช้ชีวิตต่อไปในฐานะผู้ต้องสงสัย

            เธอได้แต่หัวเราะ หัวเราะจนตัวสั่น แต่มันเป็นเรื่องที่ควรจะยินดีหรือไม่ ตัวเธอยังคิดไม่ตก …ไม่สิ มันต้องเป็นเรื่องที่ควรยินดี แลกหนึ่งชีวิตกับการใส่ปลอกคอนี่และถูกมองว่าเป็นกบฏ

            ก็ไม่เห็นมีอะไรแย่ตรงไหน

 

            ในวันหนึ่งท่านเรมิเอลเรียกตัวเธอเข้าพบ ไม่มีอะไรคุยกันมาก มีแค่กระดาษแผ่นหนึ่งเลื่อนมาตรงไหนเธอเท่านั้น

            เธอมองเอกสารนั้นด้วยจังหวะหัวใจแต่บีบรัดจนรู้สึกเจ็บโดยที่ท่านเรมิเอลพูดเพียงแค่ว่า “ฟังให้ดีนะ เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ อ่านสิ่งที่เธอต้องทำ และทำลายกระดาษแผ่นนี้ทิ้งซะ”

            ความรู้สึกแปลกประหลาดเข้าคลุมจิตใจเธอ เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันจะอธิบายออกมาอย่างไร เหมือนกับว่ามีหมอกลงมาบังตาทำให้มองอะไรไม่เห็น รู้สึกเหมือนมีควันอยู่โดยรอบทำให้หายใจไม่ออก

            ไม่ได้มีเวลาในการเตรียมตัว ไม่ทันมีเวลาในการเตรียมใจ

            กระทั่งมดหรือนกตัวหนึ่งเธอยังไม่กล้าจะแตะต้องมัน

            . ราวกับว่าเขาตั้งใจส่งเธอไปตาย

            . เธอไม่มีทางฆ่าไอริสได้

            . มันเป็นคำสั่งจากใคร

            . เขาตั้งใจจะฆ่าเธอหรือ

            แต่เอกสารฉบับนี้บอกให้เธอไปฆ่าไอริส

 

 

            คำสั่งของอัครเทวทูต เธอปฏิเสธไม่ได้

            ไม่จำเป็นต้องคิดอะไร ไม่จำเป็นต้องสงสัย

            ไม่ว่าเธอจะฆ่าไอริสสำเร็จ หรือว่าไอริสจะเป็นฝ่ายฆ่าเธอก็ตาม

            หากปฏิบัติตามคำสั่งไม่ได้ ตัวเธอในตอนนี้นั้นก็ไร้ประโยชน์

            ถึงตอนนั้น…ตัวเธอก็คงไม่มีความหมายอะไรแล้ว

 

 

            ในขณะที่เธอกำลังสับสนไม่รู้จะทำอย่างไร การหาตัวเทพีไอริสนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร อลิเซียไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับเธอ แม้เพียงรูปถ่ายยังแทบไม่เคยเห็น ในวันแรกนั้นเธอได้แต่หาข้อมูลเกี่ยวกับเทพีให้มากที่สุด

            รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ภาษิตที่เธอเคยได้ยินมา

 

            ในวันที่เธอกลับไปที่พัก เธอกลับพบกระดาษวางอยู่ที่หน้าประตู มันเป็นตัวอักษรประหลาดที่เธอดูไม่ออกว่าคืออะไร กับข้อความที่เขียนไว้สั้นๆ ‘ฉันมักใช้มักเดบูร์กและสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้แทนเป็นสัจธรรมแห่งโลก โลกใบนี้ต้องมีสิ่งที่คู่กันเสมอ’

 

            ต้องการเล่นเกมงั้นหรือไอริส?

 

            เล่นซ่อนแอบสินะ

 

            ท่าทางของเธอดูร่าเริงขึ้นมาราวเด็กได้ของเล่น ถือแผ่นกระดาษเข้าไปในห้องและเริ่มไขปริศนา… มักเดบูร์ก เมืองในประเทศเยอรมันกับหยินหยางงั้นหรือ

            มันเกี่ยวกันตรงไหนนะ…

 

            อลิเซียได้แต่สงสัย เธอใช้เวลาทั้งคืนในการถอดรหัส แต่ในที่สุดก็แก้มันได้

            ไม่สนุกเลย

            ได้แต่คิดเช่นนั้นในใจแล้วขยำเศษกระดาษนั้นทิ้งถังขยะ

 

            เช้าวันต่อมาอลิเซียเดินไปตามทางเพื่อหาไอริสตามที่เธอถอดปริศนาจากข้อความที่ไอริสส่งมาให้นั่น เมื่อไปถึงที่หมาย เธอเจอเพียงแค่เศษกระดาษกับไพ่ใบหนึ่งเท่านั้น

 

            ‘จะฆ่าฉันเหรอ หาฉันให้เจอสิ’

 

            ราวกับได้ยินเสียงไอริสดังแว่วมา อลิเซียยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินหาเทพีไอริสรอบบริเวณ ยิ่งรู้ว่าไม่เจอก็ยิ่งสนุก ยิ่งหาไม่พบก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกอีกทีจากตะวันทอแสงก็กลายเป็นยามโพล้เพล้เสียแล้ว

 

            แต่ในที่สุดก็พบกระดาษอีกแผ่น

 

            ‘เธอถูกหลอกแล้ว’

 

            

 

            ฮ่ะฮ่ะ

 

            อลิเซียได้แต่หัวเราะในขณะที่กำแผ่นกระดาษนั้นจนมือสั่น

 

 

 

 

            วันต่อมาเธอพบดอกลิลลี่และกระดาษสีขาวอีกแผ่นหนึ่งที่หน้าห้องพัก อลิเซียได้แต่มองอย่างชั่งใจก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู หยิบมันส่องกับแสงไฟ มันเป็นเพียงกระดาษธรรมดาเท่านั้น กระดาษที่เขียนคำว่า…

 

            ‘ฉันอยู่ข้างหลังเธอ’

 

            ราวกับได้ยินเสียงไอริส อลิเซียหันไปมองข้างหลังทันทีโดยคิดว่าไอริสอยู่ตามที่กระดาษนี่บอกจริง

            เหมือนกับคนโง่เง่า

            เธอสะบัดหัวไล่ความคิดออกไปก่อนจะกลับเข้าห้องเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วนั่งถอดปริศนาคำทายอันใหม่ของไอริส ถึงแม้ว่ามันจะดูอับจนหนทางกว่ากระดาษแผ่นแรกก็ตาม

            แต่ครั้งนี้เธอจะไม่พลาด…อย่างแน่นอน

 

 

 

            ……………..

            ………….

            ………

            …..

            ..

            .

 

 

            “ให้ฉันรอเสียนานนะเทวทูตผู้โง่เขลา” เทพีชี้มายังปลอกคอสีนิลดำที่อยู่บนคออลิเซียพลางยิ้มหวาน “สิ่งนั้นคงจะทำให้เธอเชื่องไม่น้อย”

 

            เพิ่งได้เห็นครั้งแรกก็วันนี้ ในใจอลิเซียคิดว่าไอริสเป็นคนสวย สวยจนถึงขนาดผู้หญิงด้วยกันยังชื่นชม ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งหลงใหล

            น่าเสียดายจริงๆ

 

            “ใช้ความสามารถของเจ้าอ่านใจเราสิไอริส” อลิเซียพูดแล้วปลดอาวุธออกจากตัว ปืนที่แนบมากับเอว ฝักดาบที่ซ่อนอยู่กลางหลัง ปืนสั้นที่ซ่อนจากรองเท้าบู๊ท เข็มยาวที่ซ่อนอยู่ต้นขา รวมถึงมีดในกระเป๋าเสื้อ

 

            “เรามาเจรจา” อลิเซียมองไปยังไอริสด้วยสายตาที่จริงจัง “เราปลดอาวุธออกจนหมดแล้ว เราเพียงอยากจะคุยกับเจ้า ก่อนเราจะเป็นศัตรูกันโดยสมบูรณ์”

 

            ไอริสยิ้มก่อนเอื้อนเอ่ยวาจา “เอลิเซี่ยนไม่มั่นคงอีกต่อไปแล้ว น่าเวทนา”

 

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

 

            “เธอเป็นเด็กฉลาดแลนแคสเตอร์ อ่านคำพูดของฉันให้ออกเสียสิ” ไอริสพูดขณะเดินเข้ามาใกล้อลิเซีย แววตาที่มองมาราวกับกำลังเอ็นดู นิ้วมือเรียวที่วางบนศีรษะทำให้หวนคิดถึงสัมผัสบางอย่าง…

            หลังจากนั้นร่างของอลิเซียก็สลายไปรวมถึงอาวุธบนพื้นทั้งหมด

 

            “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านั่นตัวปลอม” อลิเซียเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ เข้าไปประชิดตัวไอริสแล้วกระซิบแนบหู “แย่จริง เราใช้เวลาวางแผนนานเท่าไรกันนะ”

 

            “เจ้ามันเด็กน้อย แลนแคสเตอร์”

 

            “อย่าได้ขยับ ไม่งั้นเราจะเป่าหัวเจ้าให้กระจุย” อลิเซียกดกระบอกปืนเข้าที่ขมับของไอริส “บอกเรามาไอริส เหตุใดเจ้าถึงทำเช่นนั้น”

 

            “เทวทูตนี่โง่เหมือนกันเหมือนเลยหรือไง”

 

            อลิเซียหันปากกระบอกปืนยิงเข้าที่ขาของไอริส เทพีทรุดลงกับพื้นส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันที “เรามาเจรจา ไอริส เราไม่ได้อยากฆ่าเจ้า เราแค่อยากถามเหตุผล”

 

            “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้มาฆ่าฉัน ความคิดของเธอบอกอย่างนั้น” เทพีหันหน้าไปหาเทวทูตพลางยิ้มอย่างเลื่อนลอย “แต่ถ้าเธอฆ่าฉันตายก็นับว่าเป็นเรื่องดี”

 

            “เราจะไม่ฆ่าเจ้าไอริส ไม่ฆ่าเจ้า เราฆ่าเจ้าไม่ได้ เรารู้ดี…”

 

            “ทำไมถึงไม่มองตาฉันล่ะเด็กน้อย เก็บตุ๊กตานี่ไปแล้วออกมาคุยกันดีๆ ได้ไหม” ไอริสพูดขณะมองไปยังต้นไม้อีกต้นที่ห่างไกล “ฉันได้ยินเสียงความคิดของเธอ ตุ๊กตานี่หลอกฉันไม่ได้หรอก”

 

            ร่างมายาของอลิเซียหายไปอีกครั้ง รวมถึงแผลที่ขาของไอริสด้วย

 

            ลมพัดมาแผ่วทำให้ต้นหญ้าพลิ้วไสว อลิเซียกระโดดลงมาจากต้นไม้หลังจากมองร่างมายาทั้งสองของเธอหายไป

            ความสามารถ Illusion เมื่อเจอกับ Mind Scan นี่ช่างไร้ประโยชน์

            เธอจะชนะได้อย่างไร ในเมื่อไอริสอ่านความคิดเธอออกทั้งหมด

            เธอจะชนะได้อย่างไร ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงเทพี

            เธอเป็นแค่ Base Class ในหน่วยของเรมิเอลเท่านั้น     

            ไม่มีทางที่จะชนะได้เลย

 

            “หมดเวลาเล่นแล้วอลิเซีย” ไอริสพูดพลางจ้องมองมายังเธอ “มาตัดสินกันเถอะ”

           

            อลิเซียเงียบ…มือของเธอจับอยู่ที่ปืนแล้ว แค่ยังไม่ได้ชักมันออกมาเล็งคนตรงหน้าเท่านั้น

           

            “เราสู้เจ้าไม่ได้หรอกไอริส” อลิเซียหัวเราะออกมาเบาๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาไอริสทีละก้าวในขณะที่ไอริสก็หยิบมีดออกมาเช่นเดียวกัน “ทำไมหยิบมีดออกมา ต่อให้เราหรือ เรามันน่าสมเพชขนาดนั้นเชียว”

 

            มันมีเรื่องที่เจ้ายังไม่รู้เกี่ยวกับเรา ไอริส..

 

            ไอริสวิ่งเข้าใส่ร่างอลิเซียอย่างรวดเร็ว ใช้มีดเล่มบางแทงเข้าที่ร่างของหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันได้ปัดป้อง

 

            มันเป็นสิ่งเดียวที่เป็นจุดอ่อนของเจ้า ความมั่นใจนั้น

 

            อลิเซียพลิกตัวหลบมีดอย่างว่องไวแล้วชักมีดเล่มสั้นออกมาแทงเข้าใส่ร่างบอบบางของไอริสไม่ยั้งมือ พร้อมทั้งออกแรงบิดมีดให้ปากแผลเปิดกว้างขึ้น เมื่อหมุนตัวกลับมีดเล่มเดิมก็ปาดคอเทพี เลือดกระเซ็นเปื้อนชุดเทวทูตสาวจนย้อมเป็นสีแดงฉาน

 

            เมื่อภัยมาถึงตัว

 

            ร่างของไอริสล้มลงกับพื้นหญ้าสีเขียว เลือดสดๆ ไหลออกมาจากปากแผลจนเปรอะเปื้อนเสื้อสีขาวที่เทพีสวมใส่ ปากของเธอเหมือนอยากจะกรีดร้องแต่เสียงกลับไม่มี เพียงไม่กี่นาทีร่างของเธอก็กระตุกเกร็งแล้วแน่นิ่งไป

 

            เจ้าอ่านสัญชาตญาณไม่ได้

 

            อลิเซียได้แต่มองศพของเทพีอยู่อย่างนั้น

            

            ..

            .

            ภารกิจลุล่วงแล้ว

 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ยินดีด้วยค่ะ
ตัวละครของคุณผ่านเนื้อเรื่องหลักบทที่ 2 (The Angelic Chaser) แล้วค่ะ

#2 By PSE†Apocalypse on 2013-10-22 02:44

ในที่สุดก็ฆ่า...​แม่อลิเซียแม่หนูตัวน้อย
เห็นแล้ว อา.... เด็กดี......
ในที่สุดก็ฆ่านะ คอมมูนี้มือเปื้อนเลือดทุกคนเบย

#1 By EINNIF* on 2013-10-18 13:01