[EBF] Unknown

posted on 05 Mar 2013 20:29 by yufenglin in EBF
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ 
 
 
-------------------------------------------------------------------------------
 
 
#2087 Unknown
 
16 Feb. 1027 2.00 AM
 
 
 
                 เขายืนอยู่ตรงชะง่อนผา ตรงนี้สูง สามารถมองเห็นทะเลโดยรอบได้ถนัดตา ดังนั้น...ฉากที่คนที่หน้าตาคล้ายเขาโดนใบพัดเรือปั่นจนเลือดย้อมทะเลสีน้ำเงินเข้มให้กลายเป็นสีแดงฉานนี่...เขาก็เห็น
                 ...นั่นคงจะเป็น Unknown ที่ติดประกาศ
                 ถึงเขาจะไม่รู้ว่าทำไมสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'Unknown' นั่นถึงปลอมเป็นเขาแล้วเข้ามาทำร้ายเธอก็ตาม แต่ตัวเขาก็ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก 
                 คนรักหรือ คนสำคัญงั้นหรือ เขาจะไปเป็นสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร
                 เสียงกรอบแกรบของใบไม้ดังขึ้นทางด้านหลัง เขาใช้มือขวาแตะปืนพกข้างเอว เงียบเสียงและพยายามฟังว่าสิ่งใดกำลังเดินเข้ามาใกล้ สองเท้า ..อาจจะเป็นมนุษย์
                 ไม่ทันที่เขาจะได้ทำสิ่งใด เสียงหวานใสจากทางด้านหลังก็ดังขึ้นมาก่อน "เป็นข้า ข้าจะหันมามองก่อนนะคาโนลอส ว่านี่คือผู้ใด ปืนจะได้ไม่ลั่น"
                 เขาหันไปมอง เธอหัวเราะคิกคักมองเขาอย่างอารมณ์ดี
                 "ข้าบอกแล้ว เจ้าควรมองให้ดีก่อน" นัยน์ตาสีฟ้ามองเขาอย่างสนุกสนาน เส้นผมสีเงินสว่างพลิ้วไปตามแรงลมทะเล เธอเดินเข้ามาใกล้เขา ใช้สองแขนนั่นกอดแขนเขาเอาไว้แน่น
                 ...มีอะไรแปลก แต่เขาก็ดีใจเกินกว่าที่จะสนใจว่าสิ่งใดที่แปลก
                 เขามองเธอกลับ สีตาของเขาขุ่น อีกทั้งยังแทบจะไร้แวว คนส่วนใหญ่จึงมักไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ซีทรินมักรู้ดี รู้ดีเสมอถึงเขาจะไม่ได้พูดสิ่งใด เธอเข้าใจเขาไปซะทุกเรื่อง มักบอกเขาว่าเขาควรจะทำสิ่งใดต่อไป
                 "ข้างนอกลมแรง...เธอไม่ควรออกมาตอนนี้" เขาเอ่ยเสียงเรียบ จ้องตาสีฟ้าใสของเธอนิ่ง แต่เธอกลับพูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน "เจ้าเป็นคู่หมั้นข้า มาหาไม่ได้หรือ?"
                 "เคยเป็น" เขาแค่นเสียงให้เธอ มือขยับลูบแหวนเงินที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ "แค่เคยเป็น เธอจะพูดถึงทำไม"
                 เธอชักสีหน้าเล็กน้อย "เจ้าเองก็เลิกทำเป็นเย็นชาใส่ข้าเสียที ปฏิเสธรักเพียงครั้งเดียว ทำเจ้าเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้เชียวหรือ อ่อนแอไม่น้อยเลยนะ" เธอยิ้ม และขยับกายเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด ใช้สองแขนโอบกอดเขาเอาไว้แน่น "ข้าอยู่ตรงหน้าเจ้า หากข้าจะทวงสัญญาระหว่างเรา จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ ได้โปรด อย่ากักขังข้าเอาไว้ที่นั้น ข้าอยากอยู่ข้างกายเจ้า อยู่ด้วยกันตราบชั่วกาล"
                 "อย่า..." เขาเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว บอกแก่หญิงสีขาวตรงหน้า นัยนตาสีขุ่นฉายแววอ่อนแรงอยู่ไม่น้อย ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ผลักตัวเธอออก ผิวเธอบาง จับนิดจับหน่อยก็เป็นรอย เขาไม่ชอบใจนักเวลาเห็นผิวของเธอมีตำหนิ
                 "เหตุใดจึงไม่ซื่อตรงต่อใจเจ้า เจ้าเองก็อยากอยู่ข้างกายข้ามิใช่หรือ มาเข้ากองทัพเพื่อให้ข้ายอมรับมิใช่หรือ" นางพูดจบก็ผละออกมายิ้มอ่อนหวานราวกับต้องการจะหลอมคนตรงหน้าให้ละลาย "เจ้าไม่เคยสนใจกฎเกณฑ์และวิธีการอยู่แล้ว ออกไปกับข้าเถิด ลาออกจากทัพนี้"
                 เขาเงียบ เอื้อมมือไปแตะลำคอเธอแผ่วเบาต้องกับต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างก่อนจะดึงตัวเธอมากอดไว้แน่น หญิงสีขาวที่เมื่อครู่ยังยิ้มอ่อนหวานใช้มีดสั้นแทงเข้าไปที่สีข้างของเขาอย่างรุนแรง พร้อมทั้งออกแรงบิดมีด เธอผลักเขาออกเพราะอยากตั้งใจมองใบหน้าของเขาให้ถนัด เธอถูกใจนักเวลาให้เหยื่อร้องครวญ เพียงแต่คาโนลอสยังคงแสดงสีหน้านิ่งเฉยเช่นเดิม
                 จากแววตาอ่อนหวานพลันมองเขาอย่างโกรธเกรี้ยว "เหตุใดเจ้าจึงไม่ร้อง! เหตุใดเจ้าจึงยังคงทำสีหน้านิ่งเฉย! ไม่เจ็บปวดหรืออย่างไร! คนอย่างเจ้ายังมีหัวใจอยู่หรือ!"
                 เขาคลี่ยิ้มบาง เอื้อมมือไปเคลียแก้มเธอแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนไปที่คอ "ก็ไม่มีน่ะสิ"
                 เขามองหญิงตรงหน้า แทบจะอดหัวเราะไม่ได้อยู่แล้ว อารมณ์ของมนุษย์เปลี่ยนไวนัก เดี๋ยวเธอก็ยิ้มให้เขา เดี๋ยวเธอก็ทำสีหน้าเศร้าสร้อย เดี๋ยวเธอก็โกรธเกรี้ยวใส่เขา ในตอนนี้เธอทำสีหน้าตื่นตระหนก
                 "ฉันดีใจนะที่เธอมาหาฉัน" เขายิ้ม ยิ้มแบบที่เขาไม่ได้ยิ้มมานาน ยิ้มแบบที่เขาไม่ได้เสริมสร้างหรือปั้นแต่งขึ้นมา ใช้รอยยิ้มนั้นสร้างความตื่นตระหนกให้หญิงสีขาวทีละน้อย ค่อยๆ สืบเท้าก้าวหาเธอทีละก้าว "ฉันดีใจนะที่เธอกอดฉัน"
                 ซีทรินหันหลังไปมองชะง่อนผา อีกเพียงหนึ่งก้าวหากเธอถอยหนีเขาเช่นนี้ เธอจะตกไปยังพื้นทรายด้านล่าง แรงกระทบคงไม่ใช่น้อย แม้ร่างไม่แหลกเหมือนกระทบพื้นคอนกรีต แต่เธอเองก็คงไม่รอด
                 "ฉันคิดว่าเราน่าจะไปเดินเที่ยวริมทะเลกันหน่อยนะ"
                 เธอตกลงไปแล้ว เขามองหญิงสาวที่ตกลงไปยังพื้นทรายด้านล่างด้วยใบหน้าเฉยชา มือดึงมีดสั้นออกแล้วฉีกเสื้อมาพันไว้ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋า เลือดสีแดงสดไหลรินใส่ใบหญ้าจนกลายเป็นสีแดง
                 แต่เขาก็ไม่ได้แสดงความเจ็บปวดอะไรออกมา
                 แฟง คาโนลอสกระโดดลงมายืนอยู่ข้างร่างที่นอนอยู่ด้านล่าง เป็นครั้งแรกที่เขาเองก็รู้สึกว่าเวทลมในตัวนั้นเริ่มมีประโยชน์ขึ้นมาบ้าง แต่ประโยชน์ของเวทที่เอาไว้ใช้วิ่งแข่งแบบนี้ก็ไม่รู้จะมีไปทำไมอยู่ดี
                 "ลุกขึ้นมา ฉันบอกว่าจะพาเธอมาเดินเล่น" เขาพูดขึ้นมา ร่างที่นอนอยู่ข้างล่างเริ่มร้องโอดโอยไม่เป็นภาษาและขยับตัว ซีทรินพยายามอ้าปากพูดกับเขาแต่แม้ว่าจะเปล่งเสียงเท่าไร ก็มีเพียงลมลอดผ่านลำคอ
                 เธอไม่มีเสียงแล้ว!
                 "อะไรนะ...ฉันไม่ได้ยินที่เธอพูดเลย" เขามองเธอนิ่ง แววตาของเธอเริ่มฉายแววหวาดกลัว เธอมองเขาแล้วน้ำตาก็ไหล แต่ตัวเธอขยับไปไหนไม่ได้ เหมือนมีแรงอะไรสักอย่างกดทับอยู่จากด้านบน "เธอร้องไห้ทำไม"
                 เหมือนจะเป็นถ้อยคำที่ถามเพราะเป็นห่วง แต่แววตาของเขาเย็นเยียบ เสียงของเขาก็เย็นไม่แพ้กัน ในใจเธอตอนนี้ทำได้เพียงภาวนาร้องขอชีวิต แต่มันก็เป็นเพียงแค่นั้น เธอรู้ดีว่าเขาย่อมไม่ปล่อยเธอไว้
                 "ฉันไม่ชอบให้ใครมาปลอมตัวเป็นซีทริน ยกเว้นอัล เพราะรายนั้นฉันห้ามไม่ได้แล้ว" เขาเอ่ยขึ้นมา ใช้มือปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มเธอ "ฉันได้รับคำสั่งให้ฆ่าเธอ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะทางเบื้องบนอยากเล่นตลกอะไรหรือเปล่า"
                 เขานั่งข้างเธอ สางผมให้เธอเบาๆ เส้นผมของเธอนุ่ม เส้นผมซีทรินเป็นเช่นนี้เสมอ "ฉันกำลังจะทำเรื่องโหดร้ายกับเธอ ฉันเลยต้องให้เธอแทงฉันก่อน แล้วฉันก็ไม่อยากได้ยินเสียงร้องของเธอ ฉันก็เลยต้องทำแบบนี้ ฉันไม่หวังให้เธอยกโทษให้ฉันหรอกนะ เพราะตัวจริงเขาก็ไม่ได้ยกโทษให้ฉันเหมือนกัน"
                 หญิงสาวมองเขา เหมือนจะสงบลงไปบ้างแล้ว เขาคิดจะนั่งอยู่ข้างเธอแบบนี้สักพัก อย่างไรเสียเธอก็หนีเขาไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัว ถ้าปล่อยให้เลือดไหลไปมากกว่านี้คนที่ตายอาจจะเป็นเขาไม่ใช่เธอ
                 เธอหลับไปแล้ว เขามองเธอนิ่งแล้วลุกยืน ใช้ปืนพกเล็งไปที่ตำแหน่งหัวใจ เขาไม่รู้ว่าใช้มีดหรือใช้ปืนจะเจ็บกว่ากัน เขาไม่ไว้ใจปืนเลย เขาไม่ถนัดใช้ปืน เขาไม่รู้ว่าจะยิงตรงไหนให้เธอตายในนัดเดียว
                 ปัง! ปัง!
                 สุดท้ายเขาก็ยิงออกไป ยิงทุกจุดที่เป็นจุดตาย ยิงออกไปจนกระสุนหมดแม็ก
                 เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาใครคนหนึ่งถึงแม้จะไม่ค่อยชอบมันมากนัก แต่เขาไปหาคนปลายสายตอนนี้ไม่ได้ ถ้าเขาไป...เธอจะต้องเสียใจแน่
                 ซีทริน...ถ้าเป็นไปได้...ช่วงนี้อย่าออกมาข้างนอก' 
                 เขาพูดเพียงสั้นๆ แค่นั้น ก่อนจะกดวางไปเฉยๆ ทิ้งความมึนงงไว้ให้คนปลายสาย
                 เขาเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วมองร่างแน่นิ่งของหญิงสีขาวตรงหน้า ใบหน้าของเธอคลี่เป็นรอยยิ้มบางราวกับมีความสุขก็ความตายที่เขาหยิบยื่นให้ เห็นอย่างนั้นริมฝีปากเขาก็กระตุกยิ้มอย่างอดไม่อยู่ ในที่สุดมันก็กลายเป็นเสียงหัวเราะ หัวเราะจนเข่าอ่อนยืนไม่ไหว
                 ทำไปได้นะท่าทางเมื่อกี้ ห่วงใยเหรอ อ่อนโยนเหรอ เรื่องแบบนั้นเขาทำเป็นที่ไหนกัน
                 เขาไม่สนใจหรอกว่าเธอจะตายยังไง เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะเป็นใคร ถ้าไม่ใช่ซีทรินเขาก็ไม่สนใจหรอก หน้าตาเหมือนกันแล้วยังไง เสียงแบบเดียวกันแล้วยังไง?
                 ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่ช่วยเขา ไม่ใช่คนที่สอนเขาเรื่องราวต่างๆ
                 เพราะฉะนั้นผู้หญิงคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เป็นแค่คนแปลกหน้าเท่านั้น
                 "ร่างกายแบบนี้คงเอาไปให้คาเมรอนไม่ได้" เขามองศพตรงหน้าด้วยแววตาเสียดาย "งั้นเรามาเล่นอะไรสนุกๆ กันก่อนเถอะ"
                 ในวันนั้นเขากลับเข้าทัพด้วยเสื้อผ้าที่ย้อมไปด้วยสีเลือด
 
 
END - KILL
 
----------------------------------
 
 
#2141 Unknown
 
25 Feb. 1027 11 : 23 PM
 
 
                 'ซีทริน...ถ้าเป็นไปได้...ช่วงนี้อย่าออกมาข้างนอก'
                 คำพูดเช่นนั้นคิดจะห้ามข้าได้หรือคาโนลอส ฝันไปเถอะ นางคิดเช่นนั้นอยู่ในใจตลอดสิบวันที่ได้ยินเสียงเนิบช้าของเขาผ่านโทรศัพท์ เฝ้ารอจนกว่าจะถึงคืนเดือนหงาย
                 ร่างกายที่ไม่ทนต่อสภาพอากาศภายนอกเช่นนี้ นางออกไปข้างนอกได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้น อากาศร้อนไปก็ไม่ได้ ลมแรงไปก็ไม่ได้ ฝนตกก็ไม่ได้ ในวันปกติธรรมดาเช่นนี้เขายังคิดจะกักขังนางไว้ในห้องเย็นเหม็นอับนี่อีกหรือ
                 อันความจริงนางรู้ดีแก่ใจว่าเขาเป็นห่วงนาง ถึงแม้เขามักจะอ้างว่ามันเป็นคำสั่งอยู่เสมอๆ ก็ตาม นางรู้ว่าเขาไม่เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์จึงไม่สามารถบอกได้ แต่ถึงอย่างนั้นนางเองก็อดทำตัวเอาแต่ใจไม่ได้อยู่ดี
                 ตอนอยู่ในเผ่านางเคยได้วิ่งเล่นตามใจอยาก วิ่งไปทางนั้นที เล่นทางนี้ที จะให้มาโดนกักขังเช่นนี้ก็ไม่ใช่วิสัย เช่นนั้นถึงแม้เขาจะห้ามเพียงใด นางก็ยังคงรั้นออกไปข้างนอกเช่นเดิม
                 เสียงนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนตรง นางลุกไปหยิบเสื้อคลุมเก่าตัวยาวนั้นแล้วเดินออกข้างนอกไป เวลานี้เป็นเวลาที่ทหารเปลี่ยนเวร ผู้คนส่วนใหญ่จึงมักไม่มีใครใคร่จะสนใจนาง แต่ถึงเขาจะสนใจ หากเป็นผู้ที่ไม่รู้จักคาโนลอสก็ไม่มีปัญหาอันใด เขาเป็นคนปลีกวีเวก แม้มียศแต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงจำเขาไม่ได้นั่นเอง
                 แต่หากเจอคนที่รู้จักคาโนลอสว่าเขาจริงจังเรื่องของนางเพียงใด นางก็คงได้แต่อ้อนวอนทหารนายนั้นไม่ให้ไปบอกเขา
                 หากเขารู้...เขาจะต้องโกรธนางมากแน่
                 ยามเมื่อเดินถึงทะเล นางถอดรองเท้าออกวางไว้แถวนั้นแล้ววิ่งเข้าหาทะเลราวเด็กน้อย ใช้เท้าเปล่าสัมผัสผืนทรายนุ่ม มือแตะน้ำทะเลใส ลงไปในน้ำ เล่นน้ำอย่างสนุกสนานเพียงลำพัง
                 เวลาเพียงไม่นานนางก็ต้องขึ้นจากน้ำ ถึงในยามนี้อากาศผู้คนในแถบนี้จะรู้สึกว่าอากาศนั้นหนาวเย็น แต่สำหรับตัวนางแล้ว อากาศเช่นนี้ก็ยังถือว่าร้อนนัก นางเดินขึ้นจากน้ำ เสื้อผ้าตัวในของนางไม่เปียกผิดกับเสื้อคลุมตัวนอกนี่ชุ่มน้ำเสียจนหนักอึ้ง นางถอดมันออกแล้ววางไว้ที่พื้นทรายใกล้ๆ รองเท้าที่วางทิ้งไว้ก่อนจะออกไปเดินริมทะเล
                 นางอมยิ้มเล็กน้อย ลมแรงอย่างเขาว่า แต่ช่างปะไร ให้อยู่แต่ในที่ปลอดภัยนางก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันพอดี
                 นางเดินไปเรื่อย หยุดนั่งมองปูเสฉวนริมทะเลบ้าง นั่งมองกองเปลือกหอยบ้าง เมื่อใกล้หมดเวลานางก็เริ่มเดินกลับ เสียงจากในกองทัพเริ่มสงบแทนที่ด้วยเสียงคลื่นกระทบชายหาด
                 นางได้ยินเสียงกีต้าร์ดังขึ้นจากที่ไกลๆ ในใจรู้สึกขบขันเล็กน้อยกับผู้ที่มีอารมณ์สุนทรีย์มานั่งเล่นดนตรีในยามวิกาลเช่นนี้ สองขาที่คิดจะขึ้นฝั่งกลับลองตามเสียงเพลงที่ลอยตามลมมา 
 
                 It's alway times like these
                 When I think of you
                 And I wonder if you ever think of me
 
                 นางพบเข้านั่งอยู่บนโขดหินจึงเดินเข้าใกล้ทีละน้อย รู้ตัวอีกทีหญิงสีขาวก็ยืนอยู่ข้างหลังเขาเสียแล้ว นางจ้องมองแผ่นหลังชายที่เล่นกีต้าร์อยู่ตรงนั้นเงียบๆ มองเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่พลิ้วไปกับสายลม